ครอบครัวบางครอบครัวอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าครอบครัวอื่นๆในการผลิตเด็กสองภาษา ใช่หรือไม่?

          ผู้ปกครองบางคนเลือกการใช้สองภาษาสำหรับลูกๆ สำหรับผู้ปกครองอีกหลายๆคน การใช้สองภาษาเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ การใช้ภาษาเดียวในสังคมสองภาษาและหลายภาษานั้นเป็นสิ่งที่แปลก ในสังคมเหล่านี้ เด็กและผู้ใหญ่ต้องใช้สองภาษาหรือมากกว่าในการทำงานทุกวันและเพื่อประสบความสำเร็จ

          ไม่ว่าครอบครัวจะอยู่ในสังคมใด จะต้องมีการใช้ทั้งสองภาษามากพอ ( การฟัง, การพูด, การอ่าน และการเขียน) เพื่อที่จะทำให้เด็กกลายเป็นที่ใช้สองภาษาอย่างเต็มตัว บางครอบครัวสามารถทำได้ดีกว่าครอบครัวอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อผู้ปกครองคนหนึ่งพูดภาษาหนึ่ง ผู้ปกครองอีกคนหนึ่งจะพูดอีกภาษาหนึ่ง และเมื่อพ่อแม่ทั้งสองคนอยู่บ้านและใช้เวลากับลูกเป็นเวลานานพอสมควร ลูกก็จะได้ใช้ทั้งสองภาษา อีกตัวอย่างหนึ่งคือ เมื่อลูกเรียนภาษาหนึ่งที่บ้าน และเรียนอีกภาษาหนึ่งที่โรงเรียนกับเพื่อนๆหรือในสังคม

          แต่ก็ยังบางสถานการณ์ที่ไม่ช่วยในการส่งเสริมการใช้สองภาษา ยกตัวอย่างเช่น หากพ่อไม่อยู่บ้านเป็นเวลานานๆ และเขาเป็นแหล่งที่มาของภาษารองสำหรับลูก อาจทำให้ความรู้ในสองภาษาไม่เท่ากัน เมื่อเด็กอยู่ที่โรงเรียนทั้งวัน และได้ฟังภาษาของตนเองเฉพาะตอนเย็นและในวันหยุด ผู้ปกครองจะรู้สึกว่าการทำให้เด็กรู้ทั้งสองภาษานั้นเป็นสิ่งที่ท้าทาย และต้องใช้ความพยายามมาก

          ผู้ปกครองควรที่จะพูดคุยกันเรื่องพัฒนาการของเด็กในการใช้ภาษา ไม่ใช่เพียงก่อนที่เด็กจะเกิด หรือทันทีที่เด็ดเกิดมา แต่ควรปรึกษากันเรื่อยๆอย่างสม่ำเสมอ เมื่อเด็กมีประสบการณ์ในการฟังและพูดภาษาใดภาษาหนึ่งน้อยเกินไป เราควรคิดหาวิธีช่วย เด็กที่ได้ยินภาษาใดภาษาหนึ่งวันละครึ่งชั่วโมง จะไม่เก่งในภาษานั้น เมื่อเด็กได้เจอกับการใช้หลายภาษาในหลายๆรูปแบบ ( เช่น อ่านหนังสือ, ฟังเทป, ไปเที่ยวสวนสัตว์ ) จะทำให้มีโอกาสใช้สองภาษามากขึ้น

          คุณภาพในการใช้ภาษาเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ปกครองที่พูดให้ลูกฟัง แต่ไม่ได้พูดคุยกับลูกอาจไม่ช่วยกระตุ้นการพัฒนาภาษาของลูกอย่างเต็มที่ ผู้ปกครองบางคนต่อว่าลูกไม่หยุด ลูกจะรับรู้ทุกอย่างแต่จะไม่ได้รับการสนับสนุนให้ใช้ภาษานั้น การถามคำถาม, การให้ลูกเล่านิทาน แทนที่จะเป็นผู้ฟังตลอด, การร้องเพลงร่วมกัน, เกมส์ต่างๆ, การแสดงบทบาทต่างๆ ( เช่น เล่นเป็นหมอและพยาบาล, ตำรวจจับขโมย ) เป็นวิธีการต่างๆที่ช่วยพัฒนาภาษาของเด็กให้ดีขึ้นได้ และเป็นวิธีที่เด็กส่วนใหญ่ชอบ

          ความสามารถของเด็กในการใช้สองภาษาเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ พวกเขาจะเก่งในภาษาใดภาษาหนึ่งมากกว่า ซึ่งขึ้นอยู่กับความเปลี่ยนแปลงของครอบครัว, เพื่อน และโรงเรียน และความสัมพันธ์ภายในครอบครัว ยกตัวอย่างเช่น เด็กวัยรุ่นอาจเลิกใช้ภาษารองที่บ้าน สิ่งที่มีผลต่อความสามารถของครอบครัวในการผลิตเด็กสองภาษาประกอบด้วย ความเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์ภายในครอบครัวและญาติ, สภาพการงานของพ่อแม่, ทัศนคติของสังคม, ความสำคัญของการพัฒนาภาษาในครอบครัว, ทัศนคติและแรงดลใจของตัวเด็กเอง, อิทธิพลของพี่น้อง, เพื่อน และคนอื่นๆที่สำคัญในสังคม และผลที่มีต่อโรงเรียนของนักเรียน

          บางครั้งการผลิตเด็กสองภาษาเป็นเรื่องที่ง่ายและเป็นธรรมชาติ แต่บางครั้งก็เป็นเรื่องยาก แต่หากครอบครัวให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และมีแผนการเกี่ยวกับภาษา ก็จะทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้ตามความคาดหวัง

วิธีการสนทนาที่ดีจะต้องมั่นใจว่าภาษาแม่
- ไม่ยากเกินไป
- ช่วยทำให้นักเรียนกล้าและพยายามที่จะพูด
- มีคำถามที่กว้าง หลายๆข้อ (เช่น คำถามที่มีหลายคำตอบ ไม่ใช่คำถามที่ต้องตอบว่า "ถูก" หรือ "ผิด" )
- ประกอบด้วยการสนับสนุน และการเห็นด้วยกับความพยายามของเด็กในการใช้ภาษา
- ต้องสนับสนุนและเห็นคุณค่าของการมีส่วนร่วมของเด็ก
- เป็นภาษาที่น่าสนใจสำหรับเด็ก, ผู้ปกครองคือผู้ฟังที่ดี
- เชื่อมคำกับสิ่งของต่างๆ เพื่อช่วยถ่ายทอดความหมาย และช่วยในการจดจำ, และแสดงท่าทางต่างๆ

แหล่งที่มา : A PARENTS' AND TEACHERS' GUIDE TO BILINGUALISM